รู้จัก “โรคหนังแข็ง” ภัยเงียบที่ไม่ได้กระทบแค่ผิวหนัง
โรคหนังแข็ง (Scleroderma) เป็นหนึ่งในโรคแพ้ภูมิตนเอง ที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ แต่ส่งผลต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด
สารบัญ
ลักษณะเด่นของโรคนี้คือ
- ผิวหนังตึง แข็ง จากการที่มีใยพังผืดไปแทรกตัวในชั้นผิวหนัง แต่ความรุนแรงของโรคไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะใยพังผืดสามารถลุกลามไปเกาะอวัยวะสำคัญทั่วร่างกายได้ เช่น ปอด หัวใจ และระบบทางเดินอาหาร
อาการของโรคหนังแข็งที่ควรรู้
1. อาการทางผิวหนัง
ผู้ป่วยมักเริ่มจากอาการ มือหรือใบหน้าบวม ตึง กำมือได้ลำบาก ต่อมาผิวหนังจะเริ่มแข็งตึงคล้ายไม้กระดาน และอาจพบอาการ มือซีด เขียว หรือม่วงเมื่อโดนอากาศเย็น ร่วมด้วย
2. อาการทางระบบทางเดินอาหาร
ใยพังผืดที่ไปเกาะทางเดินอาหารทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติ อาการที่พบได้บ่อย เช่น
- ท้องอืด
- อาหารไม่ย่อย
- กรดไหลย้อน
- ท้องผูกสลับท้องเสีย
3. อาการทางกล้ามเนื้อและข้อ
ผู้ป่วยอาจมีอาการ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงข้ออักเสบหลายข้อ ลักษณะคล้ายโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
4. อาการทางระบบทางเดินหายใจ
เมื่อผิวหนังบริเวณทรวงอกตึง จะทำให้หายใจได้ไม่เต็มที่ เหนื่อยง่าย หากใยพังผืดไปจับเนื้อปอด อาจทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง ในรายที่รุนแรง อาจเกิดภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ซึ่งเป็น สาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต
5. อาการทางหัวใจ
ใยพังผืดสามารถเกาะที่กล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดปอด ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น หากเป็นนานอาจนำไปสู่ ภาวะหัวใจและการหายใจล้มเหลว
หลักการรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
???? มุมมองของแพทย์จีน โรคหนังแข็งเกิดจากการที่ เลือดและลมปราณไหลเวียนติดขัด เกิดการคั่งสะสม ทำให้ผิวหนังแข็งตึง
???? แนวทางการรักษา
- การฝังเข็ม ร่วมกับการใช้ยาสมุนไพรจีน
- เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ช่วยสลายเลือดคั่ง
- ฟื้นฟูสมดุลภายในร่างกาย อาการผิวหนังและอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้น
???? ฟื้นฟูอวัยวะสำคัญและเสริมภูมิคุ้มกัน
แพทย์แผนจีนเชื่อว่าโรคหนังแข็งเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของ ปอด หัวใจ และไต จึงใช้ยาสมุนไพรจีนเพื่อฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะเหล่านี้ พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงจากภายใน
บทความจากศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โดย ศ.นพ.วรวิทย์ เลาห์เรณู แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติสซั่ม