ลำไส้แปรปรวนเรื้อรัง อย่าปล่อยไว้นาน ! ฟื้นฟูสมดุลลำไส้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

02/03/2026
ลำไส้แปรปรวนเรื้อรัง อย่าปล่อยไว้นาน !  ฟื้นฟูสมดุลลำไส้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

ลำไส้แปรปรวนเรื้อรัง อย่าปล่อยไว้นาน !

ฟื้นฟูสมดุลลำไส้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

 

        ภาวะลำไส้แปรปรวน หรือ  Irritable Bowel Syndrome (IBS) เป็นความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากการทำงานที่ไวเกินไปหรือการบีบตัวที่ผิดปกติของลำไส้ส่วนปลาย มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และแม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น

✔️ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

✔️ ความเครียดและภาวะทางอารมณ์

✔️ ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

✔️ พันธุกรรมบางชนิด

 

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดท้อง ไม่สบายท้อง ปวดบิด
  • ท้องอืด แน่นท้อง มีลมมาก (มักดีขึ้นหลังถ่ายอุจจาระ)
  • ท้องเสีย (ถ่ายเหลว) ท้องผูก (ถ่ายแข็ง) หรือ ท้องผูกสลับท้องเสีย
  • โดยทั่วไปอาการจะเป็นเรื้อรัง นานอย่างน้อย 3–6 เดือน
  • ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ เรอ จุกเสียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ไมเกรน ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดประจำเดือน ปัสสาวะบ่อย นอนไม่หลับ เป็นต้น

 

มุมมองการรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

        ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน มองว่าอาการลำไส้แปรปรวนเกิดจากการเสียสมดุลของหัวใจ ตับ และระบบทางเดินอาหาร การไหลเวียนของพลังงาน “ชี่” ติดขัด และความไม่สมดุลทางอารมณ์

 

แนวทางการรักษาโรคลำไส้แปรปรวนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

           การรักษาจะเน้น “การปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ” ควบคู่กัน และวางแผนเฉพาะบุคคลตามลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้

แนวทางตามกลุ่มอาการ

  • กลุ่มอาการ “แกร่ง” (เช่น แน่นท้องมาก ปวดเกร็งรุนแรง ท้องเสียเฉียบพลัน)

เน้นการ “ระบาย” ลดการอุดกั้นและการคั่งค้าง ไฟกระเพาะอาหาร ตับไฟสูงกระทบต่อลำไส้

  • กลุ่มอาการ “พร่อง” (เช่น อ่อนเพลีย ถ่ายเหลวเรื้อรัง มือเท้าเย็น)

เน้นการ “บำรุง” เสริมพลังงานและฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะม้าม กระเพาะอาหาร ตับ และลำไส้

 

1. การฝังเข็ม ช่วยปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ตับ และลำไส้

ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงาน (ชี่) และเลือด ปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่น ม้าม กระเพาะอาหาร ตับ และลำไส้

  • ลดอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง
  • ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ให้สม่ำเสมอขึ้น
  • ลดความเครียด วิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นอาการ
  • ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

 

2.การรมยา (Moxibustion) ใช้ร่วมกับการฝังเข็ม

  • บรรเทาอาการปวดท้อง โดยเฉพาะอาการปวดแบบเย็นหรือปวดเรื้อรัง ปวดรุนแรง
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและพลังงานของร่างกาย
  • เสริมความอบอุ่นให้ระบบทางเดินอาหาร ม้าม
  • เหมาะกับผู้ที่มีอาการท้องเสียเรื้อรังหรือร่างกายอ่อนแอ

 

3.ยาสมุนไพรจีน ปรับตำรับยาเฉพาะราย ตามพยาธิสภาพของแต่ละบุคคล

  • แก้ไขที่สาเหตุ เช่น ตับชี่ติดขัด ม้ามพร่อง หรือมีความชื้นสะสมจนส่งผลต่อการทำงานของลำไส้
  • ลดอาการปวด ท้องเสีย ท้องผูก ลดความไวเกินไปหรือการบีบตัวที่ผิดปกติของลำไส้
  • ปรับสมดุลระบบย่อยอาหารในระยะยาว ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

 

4.โภชนาบำบัด

- กินอาหารเป็นเวลา

ไม่อดอาหาร ไม่กินอิ่มจัดเกินไป แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ 4–5 มื้อต่อวัน

- หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นอาการ

ของมันจัด ทอดจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด คาเฟอีน ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม

อาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่วบางชนิด กะหล่ำปลี หัวหอม

- เลือกอาหารย่อยง่าย

เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ทานผักที่ปรุงสุก

หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือเย็นจัด เพราะอาจกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

 

ลำไส้แปรปรวนแม้ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว หากมีอาการเรื้อรังมากกว่า 3 เดือน ควรเข้ารับการประเมินอาการเฉพาะบุคคล เพราะ “ความสมดุลของลำไส้” คือหัวใจสำคัญของสุขภาพที่ดี

.

GUITANG 龟堂

CHINESE MEDICINE & WELLNESS CLINIC

.

สาขาพระราม3

โทรศัพท์ : 061-9261415

เปิดบริการทุกวัน 11.00-19.00

.

สาขาสุราษฎร์ธานี

โทรศัพท์ : 062-6322891​

เปิดบริการทุกวัน 09.30-18.30 หยุดทุกวันอังคาร

.

สาขารามอินทรา

โทรศัพท์ : 065-4492629

เปิดบริการทุกวัน 11.30-20.00 หยุดทุกวันจันทร์